เมื่อวันที่ 23-24 ตุลาคมที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปร่วมงาน Barcamp Bangkok 4 ครับ โดยงานนี้จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ซึ่งผมก็อยู่ร่วมงานตั้งแต่ต้นจนจบ และร่วมพักค้างคืนกับเขาด้วยครับ สำหรับใครที่สนใจ ผมได้อัพโหลด Slide และเอกสารประกอบการบรรยายทั้งหมดของผม (ทั้งจากงานนี้ และงาน Barcamp Bangkhen รวมกันเลย) ไว้ให้แล้วด้วยครับ อ่อ! ผมจะไม่บรรยายถึงเนื้อหาจาก Session ที่ผมเข้าฟังนะครับ เพราะไม่ได้จดอะไรมาเป็นชิ้นเป็นอัน อาจจะมีสรุปบ้างเล็กน้อย แต่จะเน้นเล่าบรรยากาศภายในงานมากกว่า

สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก Barcamp คืองานอสัมมนาแบบเปิด โดยเปิดให้ผู้ร่วมงาน ซึ่งจะเป็นใคร มาจากไหนก็ได้ เสนอเรื่องที่สนใจจะพูด (หรือแม้แต่เรื่องที่อยากจะฟัง) ขึ้นมา แล้วทุกคนก็จะโหวตให้กับหัวข้อที่ตัวเองสนใจ จากนั้นก็จะนำเรื่องที่ได้รับการโหวตสูงๆ จัดใส่ตารางเวลาของห้องต่างๆ ต่อไปครับ

เริ่มต้นจากเช้าวันแรก ผมมาถึงงานประมาณเกือบๆ 9 โมง ก่อนเวลาเริ่มงานเล็กน้อย พอเดินเข้างานก็เป็นไปตามคาดครับ ยังเช้าเกินไป Geek ยังไม่ตื่นกัน (ฮา) เลยมีผู้ร่วมงานไม่มากนัก จากนั้นก็ลงทะเบียนรับ Account สำหรับใช้อินเทอร์เนตภายในงาน (คราวนี้ต้องขอชมเชย ระบบ Network ทำได้ดีกว่างานรอบที่แล้วมากๆ ทั้งงานมีล่มไปแค่ครั้งเดียว) และลงทะเบียนร่วมงานเพื่อรับบัตรและเสื้อยืด (ตอนนี้ซักอยู่ เดี๋ยวจะถ่ายรูปมาลงอีกทีนะครับ) จากนั้นผู้คนก็ค่อยๆ ทยอยเข้ามาเรื่อยๆ

จากนั้นคนก็เริ่มทยอยกันเข้ามาเขียนหัวข้อที่จะนำเสนอ ซึ่งในวันแรกนี้ ด้วยความเห่อของ Geek แต่ละคน เลยมีหัวข้อผุดขึ้นมาเยอะมากเลยครับ ในวันแรกนี้ผมก็ได้เสนอไปด้วยกัน 3 หัวข้อ คือ

แต่สุดท้ายได้พูด 2 เรื่องแรกเท่านั้นเองครับ (แค่นี้ก็เหนื่อยบัดซบแล้ว = =) โดยเรื่อง GTD นั้นได้รับการโหวตถล่มทลาย อีกทั้งการที่เขียนชื่อหัวข้อเป็นภาษาอังกฤษ ก็เป็นการหลอกให้ฝรั่งมาโหวตให้อีกต่างหาก เหอะๆ

สำหรับงานในรอบนี้ไม่ได้ใช้การ Schedule ด้วยป้ายกระดาษอีกแล้ว แต่จัดแล้วขึ้นให้ดูบนเว็บของ Barcamp Bangkok เลย ซึ่งก็สะดวกดีครับ จะติดอยู่ที่ตรงทีมงานจัด Schedule ช้าไปหน่อย ต้องรอให้ใกล้ๆ ถึงเวลาแล้ว Schedule ถึงจะขึ้นมา ทำให้การวางแผนเข้าฟังเรื่องต่างๆ ลำบากพอสมควร และผมก็พลาด Session ที่น่าสนใจไปหลายๆ Session ก็เพราะเหตุนี้เช่นกัน

หลังจากที่โหวตและเสนอหัวข้อกันอย่างมืดฟ้ามัวดินแล้ว พอถึงเวลาประมาณ 11 โมงก็ได้เวลาเริ่มงานครับ วันนี้ผมได้พูดเรื่อง GTD ตั้งแต่ Session แรกเลย (ทำให้ต้องอดฟัง Session “กำเนิดเว็บ Drama” ของ @jarpichit อีกต่างหาก เซ็งเป็ด!) และคิดว่าผมคงขอเวลาเพิ่มเป็น 1 ชั่วโมงช้าไปหน่อย เลยได้มาแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น สำหรับ Session นี้ตอนแรกคิดว่าจะร้างซะแล้ว เพราะชนกับ Session ดราม่า แต่ก็มีคนสนใจเข้ามาฟังบ้าง แถมมีฝรั่งหลงเข้ามาด้วย เหอะๆ (ขอขอบคุณผู้ฟังทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับ) บรรยายได้แค่ช่วง Introduction จบก็หมดเวลาพอดี เลยตัดสินใจไปขอเปิด Session GTD ภาคต่อทีหลัง

จากนั้นก็ไปฟัง Session “แฉ! วงการ Anime-Fansub จากคนเหนือวงการ” โดย @bonkbank และ @pingz และเนื่องจาก Session ก่อนหน้าเลยเวลาไปเยอะ ทั้ง 2 คนเลยตัดสินใจเปิด Session เถื่อนกันหน้าห้องมันไปเลย ผ่านไปสักพักพอห้องว่าง ถึงได้กลับเข้าไปในห้อง เนื้อหาก็เป็นการเล่าถึงการทำแฟนซับคร่าวๆ และวงการแฟนซับไทยในปัจจุบัน ซึ่งสามารถจุดฉนวน Discussion ได้อย่างเมามันส์มาก ทำให้ต้องไปขอเปิด Session “อยากให้วงการ Anime Fansub เป็นอย่างไร + Discussion” ต่อกันอีกหนึ่งชั่วโมงตอนท้ายวันเลยทีเดียวครับ

ถัดจากนั้นก็เป็นเวลาอาหารกลางวัน มีหลายอย่างให้เลือกครับ ผมจำไม่ได้แล้วว่ามีอะไรบ้าง แต่ที่สำคัญคือมีข้าวกล่องยี่ห้อ Puff & Pie ดังนั้นหยิบมาไม่แบบต้องคิดเลย ในกล่องเป็นข้าวกับปลาราดพริก แล้วก็เค้กอีกชิ้นนึง รสชาติก็อร่อยมากสมชื่อ Puff & Pie อยู่แล้ว เผลอทานไปได้นิดหน่อยแล้วถึงนึกขึ้นได้ว่าน่าจะถ่ายภาพเก็บเอาไว้ เลยได้ภาพเละไปหน่อยอย่างที่เห็นครับ

หลังจากนั้น เวลาประมาณบ่ายสองโมง ก็เริ่มเข้าสู่ Session กันต่อครับ ช่วงบ่ายนี้มีปัญหาขลุกขลักเล็กน้อยคือผมโดนจัดให้พูด 2 Session พร้อมกันโดยบังเอิญ และด้วยความที่ผมแยกร่างไม่ได้แบบนารุโตะ เลยต้องรีบไปติดต่อขอย้ายเวลา สรุปว่าต้องย้าย Session GTD ภาค 2 ไปไว้เช้าวันอาทิตย์แทน (จริงๆ ตอนแรกจะพูด 2 Session ติดกันแล้ว แต่คิดไปคิดมา ผมคงจะตายก่อนพูดจบแหงๆ)

ในช่วงบ่ายนี้ผมเข้าฟัง Session “Can we achieve artificial intelligence?” ซึ่งจับประเด็นอะไรมาไม่ได้มากนัก ตามด้วยครึ่งหลังของ “Security and Cloud Computing” อันนี้ค่อนข้างน่าสนใจ แต่ฟังใกล้ๆ จบก็ต้องรีบไปเตรียมพูด Session Anime Discussion แล้ว

สำหรับ Session Anime Discussion นั้นก็แทบเฟลครับ คนฟังเบื่อกันเยอะ ยอมรับว่าผมเตรียมเนื้อหามาแย่เอง เพราะคาดหวังว่าจะมา Discussion กัน แต่ดันกลายเป็น Presentation ซะงั้น ผมมาได้ยินทีหลังว่ามันเกือบมีดราม่าจาก Tweet ของ @iannnnn ที่ว่า “Quote เด็ดจากชั่วโมง Anime “ผู้หญิงจริงๆ มันก็ขยะดีๆ นี่เอง ผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบต้องอยู่ในเกมเท่านั้น!” #BarcampBangkok4” ไหนๆ ก็ไหนๆ ในฐานะต้นเหตุ ขอแถลงนิดนึงว่า มันเป็นแค่ Quote ขำๆ จากมังงะเรื่อง The World God Only Knows (神のみぞ知るセカイ, Kami nomi zo Shiru Sekai) เท่านั้นเองครับ โดยมันเป็น Quote ที่ตั้งใจจะให้คนอ่านรู้สึกสมเพชไอ้พระเอกด้วยซ้ำไป โดยภาพเจ้าปัญหาที่ผมขึ้นใน Slide ก็คือภาพต่อไปนี้ครับ

ถัดจาก Anime Discussion ผมก็ร่วมวงเสวนากับ Session วงการ Anime-Fansub กันต่อเลย โดย Session นี้คุยกันออกรสมากครับ (ถ้าจ่าอยู่ด้วย มันต้องได้ขึ้นเว็บดราม่าแน่นอน เหอะๆ) สำหรับเนื้อหาคงเล่าไม่หวาดไม่ไหว เพราะมันเยอะมาก ทำให้เวลา 1 ชั่วโมงนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็วเลยทีเดียว

จากนั้นช่วงเย็น เป็นปาร์ตี้ที่สนับสนุนโดยทาง Mozilla และ Yahoo! ซึ่งจัดขึ้นที่ร้าน Parking Toys (7 กิโลเมตรนี่มัน Walking Distance โลกไหนเนี่ย) แม้จะไม่หรูเท่าที่เลี้ยงตอน Barcamp Bangkok 2 แต่โดยรวมก็ถือว่าโอเคครับ อาหารเครื่องดื่มไม่อั้น ไก่ทอดมาเพิ่มกี่ทีๆ ก็หมด (ผมได้กินไปแค่ 3 ชิ้นเอง ได้ยินว่า @sdiox ซัดไปหลายสิบ) คราวนี้ผมไม่ค่อยได้คุยกับชาวต่างชาติสักเท่านั้น เพราะไปจับกลุ่มถก (หรือจะเรียกว่า “ฉะ” ดี) เรื่องแฟนซับกันอยู่ และผมกลับออกจากงานค่อนข้างเร็ว เพราะดูแล้วคงไม่มีอะไรต่อ นอกจากฝรั่งดวดเหล้ากัน (@manatsawin มาเล่าให้ฟังทีหลังว่ามีคนเมาแล้วเอา iPhone มาโยนเล่น ทำ Crash Test กันด้วย o_0) ภาพที่ถ่ายในงานปาร์ตี้ค่อนข้างเละเทะ เนื่องจากสถานที่มืดมาก ส่วนขวดหลายๆ ขวดที่ตั้งอยู่ในภาพสุดท้าย สาบานได้ว่ามีแต่โค้กกับสไปรท์จริงๆ นะครับ

หลังจากนั้นผมก็กลับมาที่ ม. ศรีปทุมอีกครั้ง เนื่องจากผมออกจากงานปาร์ตี้ค่อนข้างเร็ว ที่ ม. เลยเงียบเหงามากครับ ในโรงยิมมีคนเพียงไม่กี่คน ช่วงนี้ผมเลยชิงรีบอาบน้ำเสร็จสรรพ์สบายใจ จากนั้นก็เปิดคอมพิวเตอร์นั่งฟังเพลงไปพลาง อ่านฟีดไปพลาง ทำงานไปพลาง จนช่วงสัก 4-5 ทุ่ม พอคนเริ่มทยอยกลับมา (สุดท้ายแล้วมีกลับมากันน้อยมาก สงสัยเมาพับอยู่ที่ร้านกันหมดแหงๆ) ก็มีการตั้งวง LAN Party เล่น Half-Life Deathmatch และ Counter-Strike กัน แต่เสียดาย เครื่องผมเล่นกับเขาไม่ได้ (เพราะผมมี Half-Life แท้อยู่ใน Steam เล่นเถื่อนกันเขาไม่ได้เลย) เลยไปนั่งเล่น Fat Princess ใน PSP กับพี่แถวๆ นั้นอีกคนนึงแทน จนถึงเวลาประมาณตี 2 – ตี 3 ถึงเข้านอนกันครับ ขอบอกว่าโรงยิมที่นี่หนาวบัดซบมาก ยิ่งช่วงกลางคืนที่ไม่ค่อยมีคนยิ่งหนาวเข้าไปใหญ่ โชคดีที่ผมเตรียมเสื้อกันหนาวมาเผื่อ เพราะจำได้ว่าตอน Barcamp Bangkok 3 ก็โคตรหนาวเหมือนกัน ผมตื่นมาอีกครั้งประมาณช่วง 6 โมงเช้า นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถ่ายรูปสภาพตอนกลางคืน เลยจัดแจงหยิบ iPhone มาถ่ายสภาพศพ Geek ตายหมู่กันหน่อย

มาถึงเช้าวันที่ 2 วันนี้แทบไม่อยากลุกเลยครับ แต่ประมาณ 8 โมงพวกเรา (ที่ LAN Party กันเมื่อคืน) ก็ตื่นมาทำธุระส่วนตัว แล้วก็ลงไปกินข้าวเช้าที่โรงอาหาร เช้านี้มีข้าวผัดอเมริกันกับขนมปัง ค่อนข้างอร่อยทีเดียว ตั้งแต่มื้อนี้เป็นต้นไปผมลืมถ่ายรูปมาแฮะ ขออภัยด้วยครับ หลังจากเติมพลังเสร็จแล้วก็กลับเข้าไปที่โรงยิมอีกครั้ง พบว่าเริ่มมีหัวข้อเสนอกันขึ้นมาแล้ว แต่วันนี้ทั้งหัวข้อและคนน้อยกว่าเมื่อวานมากๆ สุดท้ายก็ได้นำเสนอกันทุกหัวข้อ แถมต้องมีห้องว่างปิดไปอีก 3-4 ห้องด้วยครับ

ได้เวลาประมาณ 11 โมงก็ถึงเวลาของ Session “Getting Things Done with “Getting Things Done” Part II” ที่เลื่อนมาจากเมื่อวานของผม คราวนี้ได้เวลามาเต็มๆ 1 ชั่วโมง พูดได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้วครับ (แต่เวลาดันไปชนกับ Session “Behind the Fail” ของ @iannnnn เป็นอันอดฟังอีก) มีหลายๆ คนให้ความสนใจเข้ามาฟัง ต้องขอขอบคุณอีกครั้งด้วยครับ

จากนั้นผมก็พักไปสักครู่หนึ่ง จนก่อนท่านข้าวกลางวัน ได้ไปเข้าฟัง Session “How to write a presentation / speach transcript (4 column technique)” ซึ่งมีประโยชน์ค่อนข้างมากเลยครับ เขาแนะนำเทคนิคการเขียนบันทึกสำหรับเตรียมการนำเสนอโดยให้แบ่งบันทึกออกเป็น 4 Column คือ Must, Should, Can และ Might จากนั้นเวลาพูด (และไม่ควรมี Must เกิน 7 ข้อ) เราก็จะเลือกได้ว่า จะพูดเสริมลึกลงไปในหัวข้อเดิม หากมีเวลา หรือจะกระโดดข้ามไปพูด Must ข้อต่อไป ทำให้การบริหารเวลาระหว่างการนำเสนอลื่นไหลมากขึ้น ดูตัวอย่างการเขียนบันทึกในรูปแบบนี้ได้ในภาพครับ

หลังจากนั้นก็ไปทานข้าวกลางวัน มื้อนี้เป็นข้าวกระเพราธรรมดาๆ ครับ ทานข้าวเสร็จแล้ว เวลาประมาณบ่าย 2 โมงก็ไปเข้าฟัง Session “The Zen of HTML5 and CSS3” ถือเป็น Session ทีค่อนข้างมีประโยชน์ครับ โดยเป็นการสาธิตการใช้ HTML5 และ CSS3 สร้างหน้าเว็บง่ายๆ แต่ Markup งดงามเหลือเชื่อขึ้นมา น่าเสียได้ที่ผมฟังได้เพียงแค่ครึ่ง Session เพราะต้องไป Session “English Translated Visual Novel (H-game) Recommendation [18+]” ต่อ (แฮะๆ) โดยนอกเหนือจากประเด็นหลักแล้ว Session นี้ทำให้ผมรู้ว่าการ Tag [18+] ที่ชื่อ Session เป็นวิธีการเรียกคนที่ยอดเยี่ยมมาก (มันมีคนฟังมากกว่า Session GTD ของผมซะอีกเว้ยเห้ย)

ถัดจากนั้นตอนแรกว่าจะเข้าฟัง Session “Command line web design using Compass” แต่คนพูดดันหายตัวไปไหนไม่รู้ เลยไปนั่งฟัง Session “10 Things you should know about Ruby” แทน ในตอนก่อนจบ Session นี้ผมเกรียนโทรลไปว่า “What do you think about Python?” และได้รับคำตอบจาก @Sikachu มาว่า “Indentation sucks!” และ Session นี้ก็จบลงก่อนจะกลายเป็นสงครามแฟนบอย (ฮา)

ถัดมาเป็น Session “DevOps and agile infrastructure: continuous deliverability” ซึ่งก็จับประเด็นอะไรมาไม่ได้มากนัก ตอนแรกนึกว่าจะพูดเรื่อง Agile Sofeware Development แต่ดูเหมือนจะไปทาง Deployment ซะมากกว่า ต่อด้วย Session “All software is broken” ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่ง Session ที่ผมชอบมากครับ สรุปคร่าวๆ คือ Software ทุกตัวมันต้องมีปัญหา และเราจำเป็นต้องจัดการกับ Error ต่างๆ ให้เหมาะสม

Session สุดท้ายที่ผมเข้าฟังในงานคือ “เขียนเว็บด้วย Java ยากจริงเหรอ” ของ @nuboat ซึ่งจริงๆ ตอนแรกผมกะจะเข้าไปเพื่อเอาเสื้อ Alienware ที่แกติดเอาไว้มานานไปให้เฉยๆ แล้วกะจะไปฟัง Session “Behind The Fail (Rerun)” ต่อ แต่ไปๆ มาๆ ดันอยู่ยาวซะจนจบ Session เลย ถือเป็น Session ที่น่าสนใจเหลือเชื่อครับ ผมได้มีโอกาสเอาข้อสงสัยและความเชื่อเกี่ยวกับ Java ต่างๆ ที่เคยโดน @dominixz กล่อมมาไปถามดู ก็ได้รับคำตอบที่น่าสนใจมากมาย สรุปใจความสำคัญคือการพัฒนาเว็บด้วย Java และ JSF นั้น ถึงจะมี Learning Curve ที่สูงปรี๊ด แต่ถ้าใช้เป็น มันก็มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้ใช้มากมาย และที่สำคัญที่สุดคือ “Java รวยส์!”

สรุปว่า 2 วันกับอีก 1 คืนที่เสียไป ถือว่าคุ้มค่ามากๆ ครับ เฉพาะ Session ของผมเองก็ 2-3 ชั่วโมงแล้ว นับว่าเป็นงานรอบที่ผมได้ Present มากที่สุด และแม้จะมีปัญหาขลุกขลักภายในงานอยู่บ้าง (โดยเฉพาะการจัด Schedule) แต่โดยรวมก็ถือว่าจัดได้ดีมาก เสียดายที่วันที่สองนั้นค่อนข้างเงียบเหงา และงานคราวนี้ผมมีโอกาสคุยกับชาวต่างชาติน้อยไปหน่อย (เอาเวลาไปจับกลุ่ม “ฉะ” แฟนซับในหมู่พวกเดียวกันเองซะเยอะ เหอะๆ)

ก่อนจบ Post นี้ผมอยากจะขอขอบคุณทีมงาน Barcamp Bangkok 4 ทุกคนที่เตรียมงานดีๆ แบบนี้ได้โดยที่ผู้ร่วมงานไม่ต้องเสียสตางค์แม้แต่แดงเดียว น่าเสียดายแทนคนที่พลาดงานคราวนี้ไปจริงๆ แต่ยังไงเสียงานหน้ายังมีโอกาสอยู่ (คิดว่าน่าจะจัดปีหน้า ยังไม่แน่ใจว่าช่วงไหน) รับรองว่าผมจะต้องไปร่วมงานเต็มๆ อีกแน่ๆ ต้องมาเจอกันให้ได้นะครับ

ป.ล. Post นี้ใช้เวลาเขียนถึง 3 วัน ถือเป็น Post ที่ใช้เวลาเขียนยาวนานที่สุดเท่าที่เคยเขียนมาเลย

ป.ล. 2 ตอนกลับจากงาน ผมไปกินข้าวแกงกะหรี่ที่ CoCo Ichibanya สาขา Esplanade กับพวกลุงเซิน และ @scomma ถึงจะแพง (โคตร) แต่ขอบอกว่าอร่อยมากครับ รายละเอียดขอเขียนถึงใน Post หน้านะครับ