driver-censored

หมายเหตุ: ตอนแรกว่าจะลงชื่อจริงกับหน้าด้วยละ แต่ Censor ไว้หน่อย กันเหนียวละกันครับ

เมื่อวันที่ 20-24 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีการจัดงานประชุมวิชาการ Pragma #24 ขึ้น โดยผมก็โชคดี ได้มีส่วนร่วม ทั้งในฐานะผู้ร่วมงาน และผู้ช่วยจัดงานครับ สำหรับวันแรก (20 มีนาคม) นั้น ช่วงเย็นๆ ถึงดึกๆ เรามี Networking Event ระหว่างเหล่านักเรียนจากหลายๆ ชาติที่บินมาร่วมงาน โดยพวกเราได้พากันไปเดินเล่นแถบ Siam Discovery และ Siam Paragon กันเล็กน้อย ซึ่งก็เฮฮาปาร์ตี้ดีครับ ทีนี้เหตุมันเกิดขึ้นในช่วงขากลับ ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณสัก 4-5 ทุ่ม ตอนแรกพวกเราตั้งใจจะนั่ง Taxi จากตรงกลับมาส่งนักเรียนต่างชาติตามที่พัก ใกล้ๆ ม. เกษตรเลย แต่เนื่องจากคิว Taxi ยาวมาก พวกเราจึงที่จะนั่ง BTS กลับมาที่สถานีหมอชิตก่อน แล้วจึงต่อ Taxi กลับกันอีกทีครับ

หลังจากมาถึงสถานีหมอชิต เราก็แบ่งกลุ่มกัน ไปส่งนักเรียนต่างชาติเป็นที่ๆ ไป ผมได้รับมอบหมายให้ไปส่งที่โรงแรมรามาการ์เดน แล้วเลยกลับมาที่ ม. เกษตร โดยกลุ่มของผมมีนักเรียนต่างชาติมาด้วย 2 คน (รวมผม เป็น 3 คนครับ) จากนั้นพวกผมก็ไปหา Taxi ที่จอดอยู่รออยู่ ณ บริเวณนั้นค่อนข้างเยอะ (ย้อนกลับมาคิดดูอีกที โบก Taxi ที่วิ่งผ่านไปมาเอา อาจจะดีกว่าก็ได้นะ) โดยคันแรกที่ผมไปถาม ไม่รู้จักทางไปโรงแรมรามาการ์เด้น ด้วยความที่มันค่อนข้างดึก และผมก็ไม่ค่อยแม่นเส้นทางเช่นกัน เลยตัดสินใจเปลี่ยนไปถามคันถัดไป และคันนี้และครับที่เกิดเหตุการณ์ที่เป็นประเด็นหลักที่จะเอามาเล่าให้ฟังในวันนี้ เริ่มจากผมเปิดประตูเข้าไปถามพี่คนขับ Taxi

หมายเหตุ: บทสนทนาอาจจะไม่เป๊ะทุกคำพูดนะครับ ผมจำได้เลาๆ ประมาณนี้ อาจจะมีผิดพลาดบ้าง ต้องขออภัยล่วงหน้าไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

“พี่ครับ ไปรามาการ์เด้นมั้ยครับ”

พี่คนขับอึ้งไปราว 3.141592654 วินาที แล้วตอบกลับมาว่า

“ขึ้นมาเลย”

แล้วผมก็เรียกเพื่อนนักเรียนต่างชาติที่มาด้วยกัน แล้วก็พากันขึ้นไปนั่งบน Taxi คันนั้นโดยผมนั่งที่เบาะหน้าข้างคนขับ ส่วนที่เหลือนั่งข้างหลังครับ หลังจากที่ Taxi ออกตัวไปได้สักพัก ผมนึกขึ้นมาได้ว่าต้องกลับเกษตรด้วย จึงบอกพี่คนขับไปว่า

“พี่ครับ ต่อจากรามาการ์เด้น ยังไงผมรบกวนพี่ช่วยเลยมาอีกนิด จอดส่งผมที่ ม. เกษตร ด้วยนะครับ”

ด้วยผมเข้าใจว่า รามาการ์เด้น มันอยู่ฝั่งเดียวกับเกษตร น่าจะวิ่งรถต่อมาถึงที่ ม. ได้เลยครับ และผมก็เคยเรียก Taxi ให้วนรับส่งเพื่อนหลายๆ คน เวลาไปธุระด้วยกันเป็นเรื่องปกติ แต่พี่คนขับกลับชะลอรถแล้วตอบมาว่า

“ตกลงจะไปไหนกันแน่ครับ? เกษตรก็เกษตร รามาก็รามา ถ้าจะไปสองที่อย่างนี้ ต้องกดมิเตอร์สองรอบนะ”

“เอ๊ะ แต่พี่ครับ มันก็แค่เลยไปนิดเดียว ทางเดียวกัน”

“มันไม่ทางเดียวกัน แบบนี้ไม่ได้ครับ ต้องกดมิเตอร์สองรอบ มันมันใช่แนว ไปถามคันอื่นดูก็ได้”

ผมนั่งนึกๆ ดู ก็อาจจะจริงของพี่เขา ถ้าไปเกษตรก็ไม่ต้องข้ามแยก วิ่งยาวไปรามาก่อน แต่ผมก็ไม่รู้มาก่อนว่า Taxi สมัยนี้มันมีการกดมิเตอร์สองรอบแบบนี้ด้วย ในใจคิดว่าถ้าผมมาคนเดียว คงเปลี่ยนคันไปแล้ว แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ มีเพื่อนนักเรียนต่างชาตินั่งมาด้วย รถก็ออกมาได้นิดนึงแล้ว จะบอกให้ลงแล้วหารถคันใหม่มันก็กระไรอยู่ ก็เลยตามเลย

“เอ้า! ก็ได้ครับพี่ สองรอบก็สองรอบ”

จากนั้นผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิด Flash แล้วก็ถ่ายรูปป้ายชื่อพี่คนขับ Taxi เก็บเอาไว้ (เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เพราะผมไม่ค่อยได้นั่ง Taxi ดึกๆ และจริงๆ ก็เตรียมจะเอามาเขียนบล็อกรีวิวบริการพี่ Taxi คนนี้ด้วยแหละครับ) แต่ทันทีที่แสง Flash สว่างวาบ พี่คนขับแกสะดุ้งโหยง จากนั้นก็ยั๊วมา จอดรถข้างทางทันที

“เห้ย! คุณทำแบบนี้ได้ยังไง! ผมไม่ได้ทำอะไรผิด คุณมาถ่ายรูปผมแบบนี้ได้ยังไง! คุณไม่มีสิทธิทำแบบนี้นะ อย่างนี้ไปโรงพักกันเลยดีกว่า!”

ได้ยินพี่ Taxi ยั๊ว ผมก็กลัวครับ (ดึกมากนะ ตอนนั้น) พยายามปรามๆ พี่แก พลางคิดในใจว่าข้อมูล Taxi เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารที่แปะอยู่หน้ารถ มันก็เอาไว้ในผู้โดยสารจำอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ แล้วมันก็เป็นข้อมูลสาธารณะ ผมจะถ่ายรูปเก็บไว้เพื่อความปลอดภัย มันมีอะไรผิดหว่า แต่ก็ไม่กล้าพูดใส่หน้าพี่แกไปแบบนั้นครับ เดี๋ยวแกจอดส่งที่ไหนไม่รู้ขึ้นมา จะลำบาก หรือถ้าต้องไปโรงพัก คิดว่าตามกฎหมาย ผมไม่ได้ทำอะไรผิดอยู่แล้ว แต่เดี๋ยวเพื่อนนักเรียนต่างชาติที่นั่งมาด้วย 2 คนจะลำบาก พรุ่งนี้ (21 มีนาคม) ยังมีงานประชุมอีกยาว วันนี้ยังไงๆ ไปส่งเขาให้ได้ถึงที่เร็วที่สุดดีกว่า ผมก็เลยโกหกส่งๆ ไปว่า

“อ่อ! ลองกล้องเฉยๆ ครับพี่ (โกหกจ้ะ) เดี๋ยวก่อนลงผมต้องถ่ายมิเตอร์พี่ไปเบิกเงินทีหลัง เลยถ่ายไอ้ที่อยู่ตรงหน้า ไม่ได้คิดอะไร”

“ไม่คิดอะไรไม่ได้ คุณไม่มีสิทธิทำแบบนี้นะ ถ้าคุณไม่ลบเดี๋ยวนี้ เราไปโรงพักกันเลยดีกว่า”

“โอเคครับ ลบแล้วครับๆ”

จากนั้นพี่ Taxi ถึงเริ่มออกรถ Taxi ใหม่อีกครั้ง ระหว่างนั้นผมก็จิ้มโทรศัพท์กดลบรูปภาพจาก Camera Roll (แต่ก่อนหน้านั้นก็ Email หาตัวเอง แล้วก็ Save ลง GoodReader ไว้ก่อนเท่านั้นเอง) ด้วยความงงๆ ปนกลัวๆ ผมก็เลยจัดการเปิดไมค์อัดเสียง แล้วก็ชวนพี่เขาคุยต่ออีกนิดๆ หน่อยๆ ครับ (แต่ก็ไม่กล้าพูดมาก เดี๋ยวที่ลำบากจะเป็นเราเอง)

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

“คุณต้องคิดคำนึงถึงสิว่ามันไม่ใช่ทางผ่าน! เพราะถ้า(เป็น)ทางผ่าน ถึงคุณจะลงได้ ไม่มีปัญหา ไปถึงรามา แล้วมาส่งคนที่นี่ ผมต้องส่งคนทั่วกรุงเทพฯ ดิ! ไม่ใช่แนว โอกาสที่เขาจะได้คนอื่นก็ไม่ได้ ต้องมาส่งคุณ (ฟังไม่ออก) ห้าบาทก็ยังไม่ได้…”

“อะๆ งั้นส่งแค่รามาก็ได้ครับ ไม่เป็นไรครับ”

จากนั้น Taxi ทั้งคันก็เข้าสู่ความเงียบงันไปอีกพักใหญ่ๆ มีแต่เสียงเพื่อนต่างชาติสองคนคุยกันสัพเพเหระไปเรื่อยๆ ผมขออนุญาติไม่ตัดเสียงส่วนนั้นมาลงบล็อกแล้วกันนะครับ ผ่านไปสักพัก ผมก็ทำใจกล้า ชวนพี่ Taxi เขาคุยต่ออีกหน่อย

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

“อ่ะ งั้นเดี๋ยว ผมถามก่อนครับ เดี๋ยวผมต้องถ่ายมิเตอร์ไว้ เพราะผมต้องไปเบิกเงินนี่ ได้ป่ะครับ?”

“ได้ๆ มิเตอร์ได้ แต่ตรงนั้น (ป้ายชื่อ) ไม่ได้! มิเตอร์ไม่มีปัญหา!”

“อ้า โอเคครับ ผมไม่ได้คิดอะไรครับ…”

“ทำไมคุณถ่ายรูปผมอย่างงั้นน่ะ”

“ผมไม่ได้คิดอะไร แต่ถ้าพี่คิดผม…”

“ต้องคิด! ต้องคิดถึงจะถ่าย”

“ผมขอโทษครับ”

“คุณกับผมไม่จบกันหรอก! ต้องไปโรงพักก่อน ลงสัญญา(เข้าใจว่าหมายถึงบันทึกประจำวัน)”

“ก็ลบไปแล้วครับ… (โม้จ้ะ)”

“เพิ่อเป็นความปลอดภัยของผม เข้าใจมั้ย (ผมคิดในใจ แล้วความปลอดภัยของผมละว่ะครับ?) คุณถ่ายไปอย่างงั้น คุณเข้าคอมฯ… (เออ ก็เข้าจริงๆ ล่ะ)”

“ผมลบไปแล้วครับ ไม่มีแล้วครับ… (โม้อีกแล้วจ้ะ)”

“คุณส่งอินเทอร์เนตเข้าไปทั่ว (ฟังไม่ออก) เข้าคอมหมดนะนั่นน่ะ! ไม่ใช่แนวนะจะบอกให้นะ ผมหากินบริสุทธิ์นะ ผมไม่ได้ทำอะไรคุณนะ”

พอเริ่มจะใกล้ถึงที่หมาย ผมก็หยุดอัดเสียง (จริงๆ อยากจะอัดต่อ ต่อกลัวพี่เขาจับได้ ฮะๆ) และสุดท้าย พี่เขาก็ไปจอดส่งให้ที่รามา ช่วงก่อนจะลง พี่แกก็พยายามจะหันกลับมาบอกเพื่อนต่างชาติว่า

“You เป็นพยานนะ I do nothing…”

และสุดท้าย ผมก็ถ่ายมิเตอร์กลับมาเผื่อเอาไว้ ตามที่ได้อ้างกับพี่คนขับไปตอนแรก

meter

จากนั้นผมก็ลงมาส่งเพื่อนที่รามา พวกนั้นก็ถามไถ่เหตุการณ์นิดหน่อย ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก็บอกว่าไม่มีอะไรมาก ไม่ต้องใส่ใจ แล้วก็เดินออกมาหน้าโรงแรม (จากประตูทางเข้าโรงแรม ถึงถนนใหญ่ ทางมืดมาก! แอบเสียวๆ อยู่ว่าพี่คนขับ Taxi คนนั้นจะวกกลับมาพุ่งชนเรารึเปล่า เหอะๆ) แล้วก็โบก Taxi คันใหม่กลับ ม. เกษตร ต่อไป

สุดท้ายนี้ ตอนแรกจากที่ว่าจะรีวิวบริการเฉยตอนแรก (ในฐานะลูกค้า ก็คงต้องบอกว่าบริการไม่น่าประทับใจละนะครับ) บล็อกนี้ก็กลายเป็นบล็อกเล่าประสบการณ์ไปซะงั้นครับ ใครจะนั่ง Taxi ตอนดึกๆ ยังไงก็ขอให้ระมัดระวังตัว และมีสติกันสักนิดนะครับ จริงๆ แล้วผมอาจจะผิดเองที่ไม่เข้าใจธรรมเนียม Taxi รอบดึกด้วยละมั้งครับ เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็น Taxi บอกว่าต้องกดมิเตอร์สองรอบเอย ท้าไปโรงพักเอย น่าเสียดายที่ผมไม่ได้จดทะเบียนรถเอาไว้ (น่าจะเขียนรวมไว้ในป้ายข้างหน้าด้วยนะ) ไม่งั้นจะได้รายงานผ่านทางเว็บของกรมการขนส่งทางบกไปละ คงต้องบอกว่า Taxi บริการแบบนี้ก็ ไม่ใช่แนว ผมเหมือนกันละครับ